Ectopic Pregnancy Foundation
Registered Charity No: 1122286
Patient Helpline: +44 (0) 845 070 4636
Contact us info@theepf.org

Thai FAQ

The questions have been translated by a number of different individuals who speak that language as their first, but not all of the translators are medically qualified. The Ectopic Pregnancy Foundation cannot take responsibility for any inaccuracies that may have occurred during the translation.

คำถามทั้งหลายที่ถูกถามบ่อยๆ โดยผู้ป่วยและคู่ครอง ผู้ที่เคยมีการตั้งครรภ์นอกมดลูกมาแล้ว

1. มันจะเกิดขึ้นอีกไหม?
ถ้าคุณเคยตั้งครรภ์นอกมดลูกมาแล้วครั้งหนึ่ง ความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกอีกจะสูงขึ้น ความเสี่ยงจริงๆ จะสูงขึ้นประมาณ 10% กล่าวโดยสรุป จำนวนประชากรทั่วไปจะมีความเสี่ยง 1 ถึง 2% อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญที่ควรจำไว้ก็คือ ภาวะโอกาสที่คุณจะตั้งครรภ์แบบปกติ หลังจากที่ตั้งครรภ์นอกมดลูกจะดีอยู่แล้ว มันผันแปรจาก 50% ถึง 80%

2. โอกาสที่ฉันจะตั้งครรภ์แบบปกติมีมากแค่ไหน?
กล่าวโดยสรุป โอกาสของการตั้งครรภ์แบบปกติผันแปรจาก 50% ถึง 80% ถ้าคุณเคยใช้วิธีการผสมเทียมเด็กในหลอดแก้ว (IVF) โอกาสก็จะต่ำลงหน่อย เพราะว่าความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกและการแท้งลูกสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมากขึ้น ความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกหลังจากใช้การผสมเทียม (IVF) จะเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว เมื่อคุณตั้งครรภ์อย่างแน่นอน ปกติหลังจากระยะ 3 เดือนแรก ความเสี่ยงภัยกับการอุ้มท้องก็เท่าๆ กับคนทั่วไป ความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกไม่ได้ทำให้การตั้งครรภ์ และการคลอดลูกยุ่งยากซับซ้อนขึ้นเลย คุณไม่จำเป็นต้องไปหาสูติแพทย์เป็นประจำ เนื่องจากคุณเคยตั้งครรภ์นอกมดลูกมาก่อนแล้ว

3. เมื่อไรเลือดถึงจะหยุดไหล?
การเสียเลือดหลังจากการตั้งครรภ์นอกมดลูกเป็นเรื่องธรรมดา มันเกิดจากการหลุดไหลออกมาของเยื่อบุมดลูก ซึ่งไม่ควรจะนานกว่าระยะเวลาที่เป็นประจำเดือน อย่างไรก็ตาม มันอาจจะเป็นไปได้ที่คุณจะมีเลือดออกนานกว่าปกติ ถ้าคุณกังวลมาก กรุณาปรึกษานายแพทย์

4. เมื่อไรฉันถึงจะปล่อยให้ตั้งครรภ์ได้อีก?
ไม่มีหลักฐานแน่นอนที่แนะนำว่า การตั้งครรภ์เร็วเกินไป จะทำให้คุณเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกมากขึ้น ถ้าคุณเคยได้รับการรักษาด้วย เมโธเทรกเซท (Methotrexate) คุณควรจะรออย่างน้อย 3 เดือน ก่อนที่จะปล่อยให้ตั้งครรภ์อีก เป็นเพราะว่าตัวยาเคมีบำบัด (Chemotherapeutic agent) จะทำอันตรายต่อการเจริญเติบโตของทารก ในระยะขั้นแรกๆ ของการพัฒนาการ เพราะฉะนั้นเป็นการสมควรที่จะใช้การคุมกำเนิดแบบปลอดภัย ขณะที่คุณกำลังรอ

5. คุณหมอบอกฉันว่าฉันเคยทำแซลพิงกอดส์โตมี่ มันคืออะไร?
การผ่าตัดแบบแซลพิงกอดส์โตมี่ (salpingostomy) คือการผ่าตัดเปิดช่องเล็กๆ ตรงท่อนำไข่ที่ตำแหน่งการตั้งครรภ์แล้วเอาชิ้นส่วนของการตั้งครรภ์ออก และปล่อยให้แผลติดกันเองโดยไม่ต้องเย็บ การผ่าตัดแบบนี้จะไม่มีการตัดท่อนำไข่ออก และการผ่าตัดแบบแซลพิงกอดส์โตมี่นี้จะถูกแนะนำให้ใช้ถ้าท่อนำไข่อีกข้างผิดปกติ

6. ตอนที่ฉันได้รับการผ่าตัด ท่อนำไข่ข้างซ้ายถูกตัดออกหมดเลย ถ้าท่อนำไข่แค่บางส่วนถูกตัดออก โอกาสที่ฉันจะตั้งครรภ์ครั้งต่อไปจะเพิ่มขึ้นไหม?
ถึงแม้ว่ามันดูเหมือนจะมีผลแบบนั้น แต่หลักฐานแนะนำว่าไม่ว่าท่อนำไข่ถูกตัดออกแค่บางส่วนหรือถูกตัดออกทั้งหมดตอนที่ได้รับการผ่าตัด อัตราของการมีลูกจะเหมือนเดิม ไม่ว่าท่อนำไข่จะถูกตัดออกแค่บางส่วนหรือถูกตัดออกทั้งหมด

7. เนื่องจากการตั้งครรภ์นอกมดลูกของฉันแตกออกมา ฉันได้รับศัลยกรรมเปิดตรงหน้าท้องแทนรูกุญแจศัลยกรรม (Keyhole Surgery) มันจะมีผลกับโอกาสที่จะตั้งครรภ์อีกไหม?
การผ่าตัดแบบรูกุญแจผ่านกล้องส่องตรวจช่องท้อง (Laparoscopic ‘key hole' surgery) มีผลประโยชน์ตรงที่ว่าช่องแผลจะเล็กกว่า ไม่ต้องอยู่ในโรงพยาบาลนาน หายเร็วและกลับไปทำงานได้เร็วด้วย ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าการศัลยกรรมแบบไหนดีกว่ากันในกรณีเกี่ยวกับอัตราของการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป

8. เมื่อไรฉันถึงจะเป็นประจำเดือนอีก?
ถ้าคุณมีประจำเดือนปกติก่อนที่คุณตั้งครรภ์ คุณก็คาดได้เลยว่าจะมีประจำเดือนภายในระยะเวลา 4 ถึง 6 อาทิตย์ แต่ถ้าคุณมีประจำเดือนไม่ปกติก่อนคุณตั้งครรภ์ ฉะนั้นมันอาจจะผันแปร ถ้าคุณวางแผนจะตั้งครรภ์อีกและประจำเดือนยังไม่มา คุณควรจะปรึกษาแพทย์

9. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันมีเลือดอาร์เอชลบ (Rhesus negative)?
ถ้าเป็นการตั้งครรภ์ครั้งแรก คุณควรจะถูกให้แอนติเจน D และควรถูกให้ภายในช่วงเวลา 3 วันของการรักษา ด้วยการฉีดยาเข้าไปในกล้ามเนื้อ ถ้าคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับหมู่เลือดของคุณ คุณควรจะขอให้แพทย์ตรวจ หมู่เลือดของคุณจะถูกตรวจเป็นประจำเวลามีการจัดการเกี่ยวกับการตั้งครรภ์นอกมดลูก

10. มีอะไรที่ฉันสามารถจะทำได้ไหม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกอีก?
คุณไม่สามารถจะทำอะไรได้ ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกอีก ไม่มียาอะไรที่พิสูจน์ว่าช่วยได้ ทั้งการตัดเอาท่อนำไข่ออกก็ช่วยไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดก็คือการหลีกเลี่ยงไม่ให้ตั้งครรภ์ ด้วยการใช้สิ่งคุมกำเนิด รวมทั้งการใช้ถุงยาง ถ้าคุณคิดว่าคุณอาจจะเกิดการติดเชื้อ ปรึกษาแพทย์ให้รับการรักษาโดยทันที ถ้าคุณเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา ข้อสำคัญคือจำไว้ว่า เป็นไปได้ที่คุณอาจจะตั้งครรภ์นอกมดลูก การตรวจรู้แต่เนิ่นๆ และการได้รับการรักษาโดยฉับพลันเป็นสิ่งสำคัญ

11. ฉันขอใช้วิธีการใส่ห่วงคุมกำเนิดได้ไหม (IUCD)?
ถ้าคุณเคยตั้งครรภ์นอกมดลูกมาแล้ว คุณปลอดภัยที่จะใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดที่สอดเข้าไปในมดลูก (Intrauterine contraceptive device) ทั้งห่วงคอพเพอะ (copper coil) และห่วงอนามัยที่มีฮอร์โมน levonorgestrel (Mirena) ปลอดภัยทั้งคู่ ไม่มีหลักฐานแน่นอนที่กล่าวว่าห่วงเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก อย่างไรก็ตามถ้าห่วงอนามัยหลุด คุณจะตั้งครรภ์ได้ แล้วโอกาสของการตั้งครรภ์นอกมดลูกจะสูงขึ้นเล็กน้อย

12. ฉันจะขอกินยาเม็ดคุมกำเนิดได้ไหม?
คุณสามารถจะใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดได้หลังจากการตั้งครรภ์นอกมดลูก ถ้าใช้อย่างถูกต้อง จะมีผลดีมากไม่ทำให้คุณตั้งครรภ์ ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบลืมกินยา วิธีนี้จะไม่เหมาะสมกับคุณ การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดจะไม่เพิ่มโอกาสต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกอีก

13. ลูกคนต่อไปของฉันจะผิดปกติไหม?
การที่เคยมีครรภ์นอกมดลูก ไม่ได้ทำให้คุณเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์แบบผิดปกติในครั้งต่อไป ถ้าคุณเคยถูกรักษาด้วยเมโธเทรกเซท (Methotrexate) คุณควรจะรออย่างน้อย 3 เดือนก่อนที่จะตั้งครรภ์อีก ถ้าคุณเกิดตั้งครรภ์ภายใน 3 เดือนที่ได้รับการรักษาด้วยเมโธเทรกเซท คุณควรขอให้แพทย์ของคุณย้ายคุณไปหานายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการตรวจสอบขั้นต่อไป คุณควรจะปรึกษานายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ การตรวจสอบและการจัดการการรักษาที่มีเสนอให้ใช้กับคุณ

14. ฉันควรจะทำอย่างไรดี ถ้าผลของการตั้งครรภ์ออกมาโพสิติฟ?
ข้อสำคัญที่สุดคือคุณต้องหาคำแนะนำทางการแพทย์ ในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ได้ประมาณ 5 อาทิตย์ โดยการไปหาแพทย์ของคุณ เขาอาจจะจัดส่งคุณไปโรงพยาบาลท้องถิ่นเพื่อทำอัลตราซาวด์แต่เนิ่นๆ เพื่อความมั่นใจขึ้นควรจะได้รับการวินิจฉัยตรวจอย่างภายใน อย่างไรก็ตามถ้ายังไม่รู้ตำแหน่งของการตั้งครรภ์ว่าอยู่ตรงไหนหลังจากการตรวจสอบทางแพทย์แล้ว คุณจะถูกจัดนัดให้มีการตรวจสอบขั้นต่อไป

15. ฉันจะต้องคลอดลูกโดยการผ่าท้องไหม?
ไม่มีหลักฐานซึ่งเสนอว่าจะต้องใช้การผ่าท้องเวลาคลอดลูกทุกครั้งสำหรับผู้ป่วยที่เคยตั้งครรภ์นอกมดลูกมาแล้ว ถ้าคุณเลือกที่จะคลอดลูกโดยการผ่าท้อง ความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูกจะสูงขึ้นเล็กน้อย เป็นเพราะว่าโอกาสต่อการติดเชื้อหลังคลอดลูก จะมีมากกว่าผู้ป่วยที่มีการตั้งครรภ์แบบปกติ